หมวด 4 บุตรบุญธรรม
หลักเกณฑ์ในการรับบุตรบุญธรรม มีดังนี้
1. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย15 ปี
2. ผู้เป็นบุตรบุญธรรมที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องให้ความยินยอมด้วย
3. กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจาก
- บิดาและมารดา กรณีที่มีทั้งบิดาและมารดา
- บิดาหรือมารดา กรณีที่มารดาหรือบิดาตาย หรือถูกถอนอำนาจการปกครอง
- กรณีไม่มีผู้ให้ความยินยอม ผู้แทนโดยชอบธรรมหรืออัยการจะร้องขอต่อศาล ให้มีคำสั่งให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้
- กรณีผู้เยาว์ถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานพยาบาลหรือสถาบัน ซึ่งทางราชการหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรับรองในการจัดตั่งขึ้น หรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบุคคลใดมาเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องได้รับความยินยอมของผู้รับผิดชอบในกิจการสถานพยาบาล หรือของบุคคลดังกล่าว
4. ผู้จะรับบุตรบุญธรรม หรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน
ตัวอย่างเช่น
นาย สมชาย มี ภรรยาชื่อ สมศรี นายสมศักดิ์ มี ภรรยาชื่อ ฤทัย ถ้านายสมชายจะรับฤทัยเป็นบุตรบุญธรรม สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ นายสมชายต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีและต้องแก่กว่าฤทัย 15 ปี นายสมชายและฤทัย ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย
5. ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้
เว้นแต่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น
6. ในการรับมรดกระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมและพ่อแม่ที่ให้กำเนิดสรุปได้ดังนี้
- เมื่อนายสมชายรับฤทัยเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายถือว่าฤทัยมีสิทธิรับมรดกของนายสมชายเหมือนเป็นทายาทฉันบุตร
- ฤทัยไม่เสียสิทธิที่จะรับมรดกของพ่อแม่ที่ให้กำเนิด
- ในทางกลับกันถ้าฤทัยถึงแก่ความตายก่อนนายสมชายและพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดมรดกที่จะตกให้แก่บิดา มารดา จะตกให้กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ส่วนนายสมชายไม่มีสิทธิอะไร
7. การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน
โดย น.ส. จิรัฐิพร สังข์โชติ รปศ.501 เลขที่ 4
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ดีค่ะ
ตอบลบ